F200 2P TypeA
RCCBs (Residual Current Circuit Breaker) คือเครื่องตัดไฟรั่ว (RCCB) จาก ABB รุ่น F200 2P TypeA เป็นรุ่น High Performance ที่ขยับเกรดขึ้นมาจากรุ่น FH200 โดยเฉพาะการเป็น “Type A” ทำให้มันมีความสามารถในการตรวจจับที่ฉลาดกว่าเดิมมาก
| รหัสรุ่นสินค้า | ข้อมูลจำเพาะ | ความหมาย / รายละเอียด |
|---|---|---|
| F200 | Product Series | RCCB(Residual Current Circuit Breaker)(อุปกรณ์ป้องกันไฟดูด/ไฟรั่ว) |
| 2P | Number of Poles | 2P คือใช้สำหรับระบบไฟฟ้า 1 เฟส (มีสายไฟ L และสายนิวทรัล N) |
| 25-63A | Rated Current (In) | ขนาดพิกัดกระแสไฟฟ้าที่มีในรุ่น 25,40,63 แอมแปร์ |
| 30 mA | Sensitivity (IΔn) | ค่ากระแสรั่วที่กำหนดตัดวงจร 30 มิลลิแอมแปร์ (มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต) |
| Type C | RCCB Type | สามารถตรวจจับไฟรั่วได้ทั้ง AC Residual Current: ไฟรั่วจากอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป และ Pulsating DC Residual Current: ไฟรั่วที่มีส่วนประกอบของกระแสตรงแฝงอยู่ (ซึ่ง Type AC ตรวจจับไม่ได้) |
การใช้งาน F200 2P TypeC
อุปกรณ์ตัวนี้เหมาะกับบ้านหรืออาคารยุคใหม่ที่มี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เยอะขึ้น อย่างเช่น
- เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้ารุ่นใหม่: ที่มีระบบควบคุมความเร็วมอเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์
- คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที: อุปกรณ์พวกนี้มี Switching Power Supply ซึ่งอาจมีกระแสไฟรั่วแบบ Pulsating DC ออกมาได้
- ระบบไฟส่องสว่าง LED: ที่ใช้ Driver คุณภาพสูงจำนวนมาก
- เครื่องล้างจาน หรือ เตาไฟฟ้าอินดักชั่น: ซึ่งมักจะมีแผงวงจรควบคุมซับซ้อน
- ปลั๊กไฟทั่วไปในบ้านสมัยใหม่: เพื่อความปลอดภัยที่ครอบคลุมอุปกรณ์ทุกประเภท
ข้อดีของรุ่น F200 2P TypeC
- ปลอดภัยกว่า Type AC: ในยุคปัจจุบัน อุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแค่ขดลวดลวดเหมือนสมัยก่อน แต่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ข้างใน Type A จึงเป็นมาตรฐานใหม่ที่ปลอดภัยกว่า เพราะถ้าเกิดไฟรั่วแบบ DC แฝงมา แล้วถ้าใช้ Type AC เครื่องอาจจะไม่ตัด (บอด) แต่ถ้าเป็น Type A มันจะตัดทันที
- ความทนทานและเสถียรภาพ: ซีรีส์ F200 ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อการ “ทริปหลอก” (Nuisance Tripping) จากสัญญาณรบกวนในสายได้ดีกว่ารุ่นประหยัด
- รองรับอุปกรณ์เสริม: รุ่น F200 สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย เช่น หน้าสัมผัสช่วย (Auxiliary contacts) หรือตัวแจ้งเตือนสถานะทางไกล ซึ่งเหมาะกับงานระบบที่ต้องการการมอนิเตอร์
- มาตรฐานสากล: ได้รับการรับรองตาม IEC/EN 61008 ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลก














