MCCB XT1 3Poles
Moulded Case Circuit Breakers(MCCB) รุ่น Tmax XT ประกอบไปด้วย เฟรมทั้งหมด 7 โดยมีขนาดที่รองรับกระแสใช้งานสูงสุดถึง 1600 A. โดยมี ส่วนประมวลผลป้องกัน (Protection Unit Release) ทั้งประเภท Thermomagnetic และ Electronic ที่มีรูปแบบการป้องกันให้เลือก ใช้อย่างสมบูรณ์ ครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ทั้งในโรงงาน อุตสาหกรรมห้างสรรพสินค้า และอาคารสํานักงาน Power Plant, Offshore, Solar Plant โรงพยาบาล ระบสาธารณูปโภค และอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ประกอบเสริมที่ครบครัน อาทิ หน้าจอ LCD, Modbus communication module, Energy Display, Interlocking, Remote Operate Remote signal, Mechanical Accessory และอื่นๆ
Tmax XT ประกอบไปด้วย เฟรมทั้งหมด 7 ดังนี้
- XT1 3Poles
- XT2 3Poles
- XT3 3Poles
- XT4 3Poles
- XT5 3Poles
- XT6 3Poles
- XT7 3Poles
- XT7M 3Poles
รายละเอียดอุปกรณ์ (Specifications)
ตัวอย่าง XT1N 160 TMF 16-450 3p F F
- XT1: คือขนาดของโครงสร้าง (Frame Size) ซึ่งเป็นโครงขนาดเล็กที่สุดในตระกูล Tmax XT มีความกว้างต่อโพลที่บางเป็นพิเศษ ช่วยประหยัดพื้นที่ในตู้ไฟ
- N: ระดับพิกัดการทนกระแสลัดวงจร (Breaking Capacity Level) โดยรหัส N หมายถึงความสามารถทนกระแสลัดวงจรสูงสุดที่ 36 kA ที่แรงดันไฟฟ้า 380/415V AC ตามมาตรฐาน IEC 60947-2
- 160: พิกัดกระแสโครงสูงสุด (Maximum Uninterrupted Current) รองรับสูงสุดถึง 160A
- TMF 16-450: ชุดแกนปลดวงจร (Trip Unit) ชนิด Thermomagnetic Fixed ค่ากระแสฟิกซ์ตายตัวมาจากโรงงาน ไม่สามารถปรับตั้งค่าหน้างานได้
- เลข 16 : พิกัดกระแสใช้งานของตัวนี้คือ 16 แอมป์ (ป้องกันไฟเกิน/Overload)
- เลข 450 : พิกัดการตัดกระแสลัดวงจรทันที (Short Circuit/Instantaneous) ฟิกซ์ไว้ที่ 450 แอมป์
- 3p: มีจำนวนขั้วไฟฟ้าทั้งหมด 3 โพล (3 Poles) สำหรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส
- F F (Fixed – Front Terminals): ตัวเบรกเกอร์เป็นชนิดติดตั้งอยู่กับที่ (Fixed) และทางเข้า-ออกของสายไฟเป็นแบบต่อหน้าตู้ด้วยขั้วต่อด้านหน้า (Front Terminals)
ข้อดีของ XT1 3Poles
- ประสิทธิภาพการตัดวงจรสูงในขนาดกะทัดรัด (High Performance in Small Footprint): แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็ก (Frame XT1) แต่สามารถทนกระแสลัดวงจรได้สูงถึง 36 kA ทำให้สกัดกั้นความเสียหายจากไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
- ค่าพลังงานสูญเสียต่ำมาก (Low Power Loss): มีค่า Power Loss เฉลี่ยเพียงประมาณ 4.5 วัตต์ต่อตัว ซึ่งต่ำมาก ช่วยลดการสะสมความร้อนภายในตู้คอนโทรลและประหยัดพลังงานในระบบ
- รองรับแรงดันใช้งานได้หลากหลาย (Versatile Voltage Ratings): มีความสามารถในการทนแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ได้สูงสุดถึง 690V และยังรองรับระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ได้สูงถึง 500V (เมื่อต่ออนุกรมตามคู่มือ)
- ความทนทานเชิงกลและไฟฟ้าสูงมาก (High Durability): รองรับการเปิด-ปิดใช้งานทางกล (Mechanical Operations) ได้สูงถึง 25,000 ครั้ง และรองรับรอบการทำงานทางไฟฟ้า (Electrical Operations) ได้ถึง 8,000 ครั้ง มั่นใจได้ในอายุการใช้งานที่ยาวนาน
- ความปลอดภัยสองชั้น (Double Insulation): ออกแบบตามมาตรฐานยุโรป มีฉนวนป้องกันโครงสร้างภายในอย่างแน่นหนา ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน และติดตั้งอุปกรณ์เสริม (เช่น Aux Contacts, Shunt Opening Release) ได้ง่ายและปลอดภัย
การนำไปใช้งาน (Applications)
- ป้องกันวงจรย่อยกำลังต่ำในตู้ MDB/DB (Sub-feeder Protection): ใช้เป็นเบรกเกอร์ลูกย่อยในตู้จ่ายไฟหลัก เพื่อจ่ายไฟไปยังเครื่องจักร หรือตู้ไฟย่อยตัวอื่นที่กินกระแสใช้งานไม่เกิน 16 แอมป์ แต่จุดติดตั้งนั้นอยู่ใกล้แหล่งจ่ายหรือหม้อแปลงที่มีค่ากระแสลัดวงจรสูง (ต้องการพิกัด 36 kA)
- งานป้องกันมอเตอร์ขนาดเล็ก (Small Motor Circuits): เหมาะสำหรับใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและกระแสเกิน (Main Short-circuit Protection) ต้นทางให้กับวงจรสตาร์ทมอเตอร์ขนาดเล็กในโรงงานอุตสาหกรรม
- ตู้ควบคุมระบบปรับอากาศและเครื่องจักร (OEM Machinery Panels): นิยมติดตั้งในตู้คอนโทรลเครื่องจักรสำเร็จรูป, ระบบตู้ชิลเลอร์ (Chiller Component Protection), หรือปั๊มน้ำอุตสาหกรรม เพื่อตัดวงจรย่อยเฉพาะจุดเมื่อเกิดปัญหา โดยไม่กระทบกับระบบหลัก
- ระบบไฟฟ้ากระแสตรงและพลังงานทางเลือก (DC & Renewable Applications): เนื่องจากตัวโครงสร้างรองรับไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ได้เป็นอย่างดี จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในตู้ Combiner Box หรือตู้สลับแหล่งจ่ายในระบบโซล่าเซลล์ หรือระบบสำรองไฟแบตเตอรี่อุตสาหกรรมที่ใช้แรงดัน DC ได้เช่นกัน










